ขนาดตัวอักษร ปกติ

บทความ

THAI EYE CENTER BLOG

เป็น “ต้อกระจก” ต้องรีบรักษา ก่อนดวงตามองไม่เห็น

“ต้อกระจก” ยิ่งอายุเพิ่มขึ้น ก็ยิ่งมีความเสี่ยงมากยิ่งขึ้น อันเนื่องมากจากความเสื่อมสภาพของเลนส์แก้วตาซึ่งทำให้เลนส์ตาขุ่นมัว อาจมีสีขาวขุ่น สีเหลือง หรือสีน้ำตาล ทำให้แสงผ่านเข้าไปยังจอประสาทตาได้น้อยลง และภาพที่มองเห็นจะไม่ชัดเจน จนเกิดอาการที่เรียกว่า “ตามัว” อาการตามัว มองเห็นไม่ชัดนั้นขึ้นอยู่กับระดับความขุ่นมัวของแก้วตาโดยอาจจะรุนแรงในระดับที่สูญเสียการมองเห็นได้ ซึ่งสามารถเป็นได้ทุกวัย แต่มักจะพบมากในผู้สูงอายุ 50 ปีขึ้นไป แต่ทั้งนี้นอกจากความเสื่อมตามวัยแล้ว ยังสามารถเกิดขึ้นได้จากสาเหตุต่างๆ เหล่านี้

  1. เด็กแรกเกิดที่มารดาเป็นหัดเยอรมันขณะตั้งครรภ์
  2. อุบัติเหตุทางตา เช่น ตาได้รับการกระแทกอย่างรุนแรงหรือถูกของแหลมทิ่ม
  3. แสงแดด แสงจากจอคอม และรังสีจากการเอกซเรย์ หรือฉายแสง
  4. ยาบางชนิด เช่น ยาลดความอ้วนหรือยาสเตียรอยด์
  5. โรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคต่อมไทรอยด์ผิดปกติ
  6. เกิดจากความผิดปกติของตา เช่น  ภาวะม่านตาติดเชื้อ ตาอักเสบ ต้อหิน
  7. สาเหตุอื่น ๆ เช่น ทานอาหารที่ไม่ถูกสุขอนามัย ได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน เช่น ขาดโปรตีนหรือวิตามิน รวมทั้งการดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่จัด

สำหรับผู้ที่กำลังสงสัยว่าตนเองนั้นกำลังประสบปัญหาเกี่ยวกับโรคตาต้อกระจกหรือไม่นั้น สามารถสังเกตได้จากอาการข้างต้นดังนี้ มีอาการตาพร่ามัว ออกแสงจ้าแล้วตามัวมากขึ้นขับรถตอนกลางคืนลำบากเพราะเห็นแสงไฟกระจายและภาพซ้อน อาการต่างๆ เหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคต้อกระจกที่ต้องรีบรักษาให้ทันท่วงที

โดยการรักษาต้อกระจก ปัจจุบันวิวัฒนาการในการรักษาต้อกระจกได้พัฒนาเป็นอย่างมาก มีเครื่องมือที่รักษาโรคต้อกระจกให้หายขาดอย่างมีประสิทธิภาพนั่นคือ การสลายต้อกระจกด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Phacoemulsification) เป็นวิธีการผ่าตัดแบบใหม่ซึ่งมีข้อดีกว่าวิธีเดิม คือ

  1. แผลผ่าตัดมีขนาดเล็ก
  2. สามารถสมานได้เองโดยไม่ต้องเย็บแผล
  3. ไม่ต้องฉีดยาชาได้เพียงหยอดยาเท่านั้น ไม่เจ็บ
  4. มองเห็นได้ทันทีหลังการผ่าตัด
  5. หายเร็ว ใช้เวลาพักฟื้นหลังผ่าตัดน้อย และกลับไปทำงานได้เร็วกว่าวิธีเดิม