เลนส์ตาเทียม มีกี่ชนิด มีข้อดี-ข้อเสียอะไรบ้าง เลือกอย่างไรให้เหมาะสม

เลนส์ตาเทียม

ปัญหาสุขภาพดวงตาโดยเฉพาะเมื่อก้าวเข้าสู่วัยสูงอายุ มักมาพร้อมกับภาวะความเสื่อมของเลนส์แก้วตาตามธรรมชาติ ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพการมองเห็นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ปัจจุบันเทคโนโลยีทางการแพทย์ได้พัฒนาไปอย่างมาก ทำให้การมองเห็นกลับมาคมชัดอีกครั้งไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป โดยเฉพาะการรักษาผ่านนวัตกรรมการเปลี่ยนเลนส์ตาเทียม ซึ่งถือเป็นมาตรฐานสากลที่ให้ผลลัพธ์ยาวนานและมีความปลอดภัย 

มาทำความเข้าใจเกี่ยวกับนวัตกรรมเลนส์ตาเทียมแต่ละประเภท เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าใจถึงความสำคัญและการเลือกใช้เลนส์ตาเทียมที่เหมาะสมกับปัญหาของตนเองมากที่สุดในระยะยาว

Key Takeaways

  • เลนส์ตาเทียม คือวัสดุใสขนาดเล็กที่ใช้เปลี่ยนแทนเลนส์แก้วตาธรรมชาติที่เสื่อมสภาพหรือขุ่นมัวจากโรคต้อกระจก เพื่อคืนความคมชัดในการมองเห็น
  • การเลือกชนิดของเลนส์มีตั้งแต่แบบระยะเดียว หลายระยะ ไปจนถึงเลนส์แก้ไขสายตาเอียง ซึ่งควรเลือกตามความต้องการในการใช้ชีวิตประจำวัน
  • เทคโนโลยี RLE และการผ่าตัดต้อกระจกในปัจจุบันมีความแม่นยำสูง แผลเล็ก และใช้เวลาพักฟื้นไม่นาน
  • การปรึกษาจักษุแพทย์เพื่อตรวจประเมินสภาพตาอย่างละเอียดเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดก่อนตัดสินใจเลือกชนิดเลนส์
สารบัญบทความ

เลนส์ตาเทียม คืออะไร

เลนส์ตาเทียม หรือ IOL (Intraocular Lens) คือวัสดุสังเคราะห์ที่มีความใสและยืดหยุ่น ออกแบบมาเพื่อใช้ทดแทนเลนส์แก้วตาธรรมชาติที่เสื่อมสภาพหรือขุ่นมัวจนบดบังการมองเห็น โดยแพทย์จะฝังเลนส์นี้ไว้ภายในดวงตาของผู้ป่วยอย่างถาวร ซึ่งจักษุแพทย์จะแนะนำให้ตรวจตาอย่างละเอียดก่อนเสมอ

  • อยากทราบงบประมาณในการคืนความชัดเจนให้ดวงตาหรือไม่? ตรวจสอบรายละเอียดและเช็กราคาเปลี่ยนเลนส์ตาแบบเจาะลึกได้ที่ : [เปลี่ยนเลนส์ตา ราคา]

เลนส์ตาเทียม มีประโยชน์อย่างไร

นอกเหนือจากการรักษาโรคต้อกระจกแล้ว การใช้เลนส์ตาเทียมยังสามารถแก้ไขภาวะผิดปกติทางสายตาอื่น ๆ ได้ ดังนี้

  • แก้ไขปัญหาสายตาสั้นและสายตายาวที่รุนแรง
  • แก้ไขปัญหาสายตาเอียงด้วยเลนส์ชนิดพิเศษ
  • ช่วยลดหรือขจัดความจำเป็นในการใส่แว่นสายตาหลังการผ่าตัด
  • ป้องกันภาวะต้อกระจก ซึ่งหากปล่อยไว้จนสุกอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงอย่างต้อหินได้

การเลือกใช้เลนส์ที่เหมาะสมกับกิจกรรมในชีวิตประจำวันจะช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกเป็นอิสระมากขึ้น โดยเฉพาะในรายที่ทำ RLE (Refractive Lens Exchange) เพื่อลดพึ่งพาแว่นตาในวัยที่เริ่มมีสายตายาวตามอายุ

  • ตาเริ่มมัวหรือเห็นภาพซ้อนหรือไม่? เช็กด่วนว่าคุณกำลังเผชิญกับอาการต้อกระจกหรือเปล่า อ่านสัญญาณเตือนได้ที่ : [อาการต้อกระจก]

เลนส์ตาเทียม มีกี่ชนิด

RLE

ในปัจจุบันการเลือกเลนส์ตาเทียมไม่ได้มีเพียงแบบเดียว แต่ละชนิดถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาที่แตกต่างกันไป โดยจักษุแพทย์ที่โรงพยาบาลไทยจักษุ พระราม 3 จะประเมินจากสภาพตาและกิจกรรมของผู้ป่วยเป็นหลัก ซึ่งแบ่งออกเป็นประเภทใหญ่ ๆ ได้ดังนี้

เลนส์ตาเทียมโฟกัสระยะเดียว (Monofocal IOLs)

เลนส์ชนิดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเน้นความคมชัดในระยะใดระยะหนึ่งเป็นหลัก ส่วนใหญ่มักเลือกให้มองชัดในระยะไกล เพื่อความสะดวกในการขับรถหรือดูโทรทัศน์ เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่เน้นกิจกรรมกลางแจ้งหรือต้องการความคมชัดสูงสุดของภาพในสภาวะแสงต่าง ๆ

  • ข้อดี: ให้ภาพที่คมชัดสูงมากในระยะที่เลือก มีปัญหาเรื่องแสงกระจายหรือวงรอบแสง (Halos) น้อยกว่าเลนส์ชนิดอื่น 
  • ข้อเสีย: ผู้ป่วยจำเป็นต้องพึ่งพาแว่นสายตาสำหรับการทำกิจกรรมในระยะอื่น เช่น ต้องใส่แว่นอ่านหนังสือหรือดูหน้าจอคอมพิวเตอร์

เลนส์ตาเทียมโฟกัสหลายระยะ (Multifocal IOLs)

เลนส์ตาเทียมชนิดนี้มีความซับซ้อนมากขึ้น โดยมีการออกแบบพื้นผิวเลนส์ให้มีจุดโฟกัสหลายจุด ช่วยให้ผู้ป่วยมองเห็นได้ชัดเจนทั้งระยะใกล้ กลาง และไกล โดยเลนส์กลุ่มนี้ยังแบ่งย่อยออกเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่

  • เลนส์แก้วตาเทียมโฟกัสสองระยะ (Bifocal IOL): เน้นการมองเห็นที่ชัดเจนในระยะไกลและระยะใกล้ (สำหรับการอ่านหนังสือ)
  • เลนส์แก้วตาเทียมโฟกัสสามระยะ (Trifocal IOL): เพิ่มจุดโฟกัสในระยะกลางเข้ามา เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์หรือดูหน้าปัดรถยนต์
  • เลนส์แก้วตาเทียมโฟกัสยืดยาว (Extended depth of focus; EDOF): เน้นการเชื่อมต่อของภาพในแต่ละระยะให้ต่อเนื่องลื่นไหล ลดรอยต่อของภาพ

เลนส์ตาเทียมสำหรับสายตาเอียง (Toric IOLs)

เลนส์ชนิดนี้ถูกผลิตขึ้นมาเป็นพิเศษเพื่อแก้ไขภาวะสายตาเอียงที่เกิดจากความโค้งของกระจกตาไม่เท่ากัน เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีค่าสายตาเอียงเดิมอยู่แล้วและต้องการให้ภาพหลังผ่าตัดมีความคมชัดสูงสุดโดยไม่ต้องใส่แว่นแก้ไขสายตาเอียงซ้ำซ้อน

  • ข้อดี: แก้ไขทั้งต้อกระจกและสายตาเอียงได้พร้อมกัน ช่วยให้ภาพมีความชัดเจนและลดอาการภาพซ้อนหรือพร่ามัวจากค่าเอียง
  • ข้อเสีย: การวางตำแหน่งเลนส์ต้องมีความแม่นยำสูงมากโดยจักษุแพทย์ และราคาจะสูงกว่าเลนส์ระยะเดียวทั่วไป

เปรียบเทียบเลนส์ตาเทียมแต่ละชนิด

เปรียบเทียบ

โฟกัสระยะเดียว

โฟกัสหลายระยะ

เลนส์ตาเทียมสายตาเอียง

ระยะการมองเห็น

ชัดระยะเดียว (มักเป็นระยะไกล)

ชัดทั้งใกล้ กลาง และไกล

ขึ้นอยู่กับรุ่น (มีทั้งระยะเดียว/หลายระยะ)

ความคมชัดของภาพ

สูงมาก แสงกระจายน้อย

ดี แต่อาจมีแสงกระจายบ้าง

สูงมาก แก้ไขภาพซ้อนจากสายตาเอียง

ความจำเป็นในการใช้แว่น

ต้องใช้แว่นอ่านหนังสือ

แทบไม่ต้องใช้แว่น

ขึ้นอยู่กับระยะที่เลือก

เหมาะกับไลฟ์สไตล์แบบไหน

ขับรถ ดูทีวี เน้นความประหยัด

ชอบความสะดวก ไม่ต้องการใส่แว่น

ผู้ที่มีค่าสายตาเอียงมาก

ราคา

เริ่มต้น (ย่อมเยาสุด)

สูงตามเทคโนโลยี

ปานกลาง – สูง

 

ข้อดี - ข้อเสียของการเปลี่ยนเลนส์ตาเทียม มีอะไรบ้าง

การผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ตาถือเป็นมาตรฐานสากลในการรักษาต้อกระจก แต่เช่นเดียวกับการรักษาทางการแพทย์ทุกประเภท ย่อมมีทั้งจุดเด่นและข้อจำกัดที่ผู้ป่วยควรทราบก่อนตัดสินใจเปลี่ยนเลนส์ตา

ข้อดีของการเปลี่ยนเลนส์ตาเทียม

  • การมองเห็นกลับมาสดใส สีสันชัดเจนขึ้นทันทีหลังการฟื้นตัว
  • ผลการรักษามีความคงทนถาวร เลนส์ตาเทียมไม่เกิดความขุ่นมัวเหมือนเลนส์ธรรมชาติ
  • แก้ไขความผิดปกติของสายตา (สั้น, ยาว, เอียง) ไปได้ในคราวเดียว
  • ลดการพึ่งพายาหยอดตาบางชนิด เช่น ยาหยอดตาต้อกระจก ที่มักใช้เพื่อประทังอาการแต่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้
  • ช่วยลดความดันลูกตาในผู้ป่วยบางราย ลดความเสี่ยงภาวะต้อหินในอนาคต

ข้อเสียและข้อจำกัด

  • อาจพบผลข้างเคียงชั่วคราว เช่น อาการตาแห้ง หรือรู้สึกระคายเคืองตาในช่วงแรก
  • สำหรับเลนส์บางชนิด ผู้ป่วยอาจเห็นแสงกระจายรอบดวงไฟในเวลากลางคืน
  • หากเลือกเลนส์ระยะเดียว ยังต้องใช้แว่นสายตาช่วยในบางกิจกรรม
  • มีความเสี่ยงเล็กน้อยที่อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัด เช่น การติดเชื้อ (ซึ่งพบได้น้อยมาก)

ทำความรู้จักโรคจอประสาทตาเสื่อม คืออะไร อาการเป็นอย่างไร และวิธีรักษา อ่านต่อได้ที่ : จอประสาทตาเสื่อม

เตรียมตัวก่อนเปลี่ยนเลนส์ตาเทียม

การเตรียมความพร้อมก่อนการผ่าตัดเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก เพื่อให้การรักษาดำเนินไปอย่างราบรื่นและลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน ผู้ป่วยควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด โดยมีขั้นตอนการเตรียมตัวที่สำคัญมีดังนี้

  • รับการตรวจสุขภาพตาโดยละเอียด เพื่อวัดขนาดและคำนวณกำลังของเลนส์ตาเทียมให้แม่นยำ
  • แจ้งจักษุแพทย์เกี่ยวกับโรคประจำตัวและยาที่รับประทานอยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะยาละลายลิ่มเลือด
  • งดการใส่คอนแทคเลนส์ก่อนวันนัดตรวจวัดเลนส์ (อย่างน้อย 3-7 วัน ขึ้นอยู่กับชนิดของเลนส์) เพื่อให้ค่าความโค้งกระจกตาคงที่
  • ทำความสะอาดร่างกายและสระผมให้เรียบร้อยก่อนวันผ่าตัด เนื่องจากหลังผ่าตัดต้อกระจก จะต้องระวังไม่ให้ตาโดนน้ำ
  • ควรมีญาติหรือผู้ร่วมเดินทางมาด้วยในวันผ่าตัด เนื่องจากผู้ป่วยจะยังไม่สามารถขับรถกลับเองได้ทันที

วางแผนการรักษาอย่างคุ้มค่า พร้อมเช็กแพ็กเกจผ่าตัดต้อกระจก ราคาล่าสุดและโปรโมชันที่น่าสนใจ คลิกอ่านต่อได้ที่ : [ผ่าตัดต้อกระจก ราคา]

ขั้นตอนการเปลี่ยนเลนส์ตาเทียม

การรักษาต้อกระจกมีกี่วิธี

ในปัจจุบันวิธีที่เป็นมาตรฐานและได้รับการยอมรับมากที่สุดคือการสลายต้อกระจกด้วยคลื่นความถี่สูง ซึ่งช่วยให้การผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ตา มีความแม่นยำและปลอดภัยสูง โดยมีขั้นตอนดังนี้

  1. การใช้ยาชาชนิดหยอดหรือฉีดเฉพาะที่ ทำให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกเจ็บระหว่างการทำ
  2. จักษุแพทย์ทำแผลขนาดเล็กมาก (ประมาณ 3 มิลลิเมตร) บริเวณขอบกระจกตา
  3. ใช้เครื่องสลายต้อกระจกด้วยคลื่นอัลตราซาวนด์สลายเลนส์ตาที่ขุ่นมัวแล้วดูดออก
  4. สอดเลนส์ตาเทียมที่พับอยู่ผ่านแผลขนาดเล็ก เมื่อเข้าไปภายในตา เลนส์จะค่อย ๆ คลี่ออกและวางตัวในตำแหน่งที่เหมาะสม
  5. แผลผ่าตัดมีขนาดเล็กมากจนสามารถปิดสนิทได้เองโดยไม่ต้องเย็บแผลในกรณีส่วนใหญ่

ดูแลตัวเองหลังเปลี่ยนเลนส์ตาเทียม

ความสำเร็จของการผ่าตัดส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองของผู้ป่วยในช่วงพักฟื้น แม้ว่าการผ่าตัดสมัยใหม่จะช่วยให้แผลหายได้เร็วขึ้น แต่ความระมัดระวังยังเป็นสิ่งจำเป็น ซึ่งมีแนวทางการดูแลตัวเองหลังผ่าตัด ดังนี้

  • สวมที่ครอบตาตามที่แพทย์สั่ง โดยเฉพาะเวลานอน เพื่อป้องกันการเผลอขยี้ตา
  • หยอดยาปฏิชีวนะและยาลดการอักเสบตามรอบเวลาอย่างเคร่งครัด
  • หลีกเลี่ยงไม่ให้น้ำเข้าตาอย่างเด็ดขาดในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก แนะนำให้ใช้การเช็ดหน้าแทน
  • งดการยกของหนัก การก้มตัวต่ำ หรือการออกกำลังกายที่ต้องใช้แรงกระแทกในช่วงแรก
  • หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีฝุ่นละออง ควัน หรือสิ่งสกปรกที่อาจกระเด็นเข้าตาได้
  • หากมีอาการปวดตาอย่างรุนแรง ตาแดงมาก หรือการมองเห็นลดลงผิดปกติ ให้รีบกลับมาพบจักษุแพทย์ทันที

กังวลเรื่องการพักฟื้นอยู่ใช่ไหม? มาคลายข้อสงสัยว่าผ่าตัดต้อกระจก กี่วันหาย พร้อมเคล็ดลับให้แผลสมานไวได้ที่ : [ผ่าตัดต้อกระจก กี่วันหาย]

เลือกเลนส์ตาเทียมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี

การตัดสินใจเลือกเลนส์ตาเทียมไม่ใช่เพียงแค่การเลือกยี่ห้อหรือราคา แต่เป็นการเลือกคุณภาพชีวิตในการมองเห็นสำหรับอนาคต การเลือกชนิดเลนส์ที่สอดคล้องกับกิจกรรมในชีวิตประจำวันจะช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและมั่นใจอีกครั้ง ที่สำคัญคือการได้รับการดูแลจากจักษุแพทย์ในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานเพื่อผลลัพธ์การรักษาที่แม่นยำและปลอดภัยที่สุด

โรงพยาบาลไทยจักษุ พระราม 3 (Thai Eye Hospital) พร้อมดูแลคุณด้วยเทคโนโลยีการผ่าตัดต้อกระจกที่ทันสมัย และทีมจักษุแพทย์เฉพาะทางที่เชี่ยวชาญด้านการเปลี่ยนเลนส์ตาเทียม ราคาที่เข้าถึงได้คุ้มค่ากับผลลัพธ์ เราให้ความสำคัญกับการตรวจประเมินอย่างละเอียดเพื่อเลือกเลนส์ที่เหมาะสมกับดวงตาแต่ละข้างของผู้ป่วยอย่างเฉพาะเจาะจง เพื่อให้คุณกลับมามองเห็นโลกกว้างได้อย่างชัดเจนอีกครั้ง

ช่องทางการติดต่อ

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

หลังผ่าตัดเลนส์ตาเทียม มีอาการข้างเคียงไหม

ในช่วงแรกผู้ป่วยอาจรู้สึกระคายเคืองตา ตาแห้ง หรือเห็นแสงวงกลมรอบดวงไฟ ซึ่งเป็นอาการปกติที่เกิดขึ้นได้และจะค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อแผลหายสนิท อย่างไรก็ตาม หากพบอาการผิดปกติที่รุนแรงควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กภาวะอื่น ๆ เช่น จอประสาทตาเสื่อมที่อาจมีอยู่เดิม

ผ่าตัดเลนส์ตาเทียม พักฟื้นนานไหม

โดยปกติผู้ป่วยสามารถใช้สายตาเบื้องต้นได้ภายใน 1-2 วันหลังการผ่าตัด และแผลจะสมานตัวสมบูรณ์ภายใน 4 สัปดาห์

References

สอบถามบริการ

08:00 – 18:00

หรือโทร 02-689-8888 (+66)2-689-8888

แพ็กเกจแนะนำ

แชร์บทความนี้

สอบถามบริการ

08:00 – 18:00

หรือโทร 02-689-8888

แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

แพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง

ผ่าตัดต้อหินอันตรายไหม? ทำความเข้าใจวิธีผ่าตัด การเตรียมตัว การดูแลหลังผ่าตัด พร้อมรู้ผลข้างเคียงและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น เพื่อเตรียมตัวก่อนเข้ารับการรักษา
ผ่าตัดต้อเนื้อ หรือลอกต้อเนื้อ คือการรักษาต้อเนื้อด้วยการนำเนื้อเยื่อที่เสื่อมสภาพและลุกลามเข้าสู่ตาดำออก ช่วยลดอาการตาแดง ระคายเคือง ให้การมองเห็นกลับมาชัดเจนขึ้น
ต้อลมเกิดจากดวงตาระคายเคืองจากสิ่งกระตุ้น เช่น แสงแดด ลม ฝุ่นละออง ทำให้ตาแดง แสบตา เหมือนมีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในตา หากปล่อยไว้นานอาจพัฒนาเป็นต้อเนื้อได้
โรคต้อหินคือความเสื่อมของเส้นประสาทตา มักเกิดจากความดันตาที่สูงจนกดทับและทำลายขั้วประสาทตา มักเกิดขึ้นอย่างช้า ๆ และแทบจะไม่มีอาการแสดง
ต้อกระจก ตาบอดไหม? ภาวะเลนส์ตาขุ่นมัวที่ทำให้มองเห็นไม่ชัด เห็นแสงกระจาย ภาพซ้อน สีเพี้ยน และอาจกระทบการมองเห็นหากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม
ต้อกระจกในผู้สูงอายุ เกิดจากเลนส์ตาขุ่นมัว ส่งผลให้มองเห็นไม่ชัด เห็นภาพซ้อน หรือไวต่อแสง การสังเกตอาการตั้งแต่ระยะแรกช่วยลดผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตได้
ส่งข้อมูลสำเร็จ