ดวงตาเป็นอวัยวะที่ซับซ้อนและมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำเนินชีวิต การตรวจตาอย่างสม่ำเสมอช่วยให้ค้นหาความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ลดความเสี่ยงของโรคร้ายแรง และช่วยวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม เพื่อให้เรามีคุณภาพการมองเห็นที่ชัดเจนและใช้งานสายตาต่อไปได้อย่างยาวนาน แล้วการตรวจสุขภาพตา ตรวจอะไรบ้าง? ต้องเตรียมความพร้อมอย่างไร? หาคำตอบได้ในบทความนี้
Key Takeaways
- การตรวจตาช่วยประเมินการมองเห็นและคัดกรองโรคตาในระยะเริ่มต้น
- ควรตรวจตาอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวอย่างเบาหวาน ความดัน รวมถึงผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีเป็นต้นไป
- การตรวจตาครอบคลุมทั้งการวัดระดับการมองเห็น การวัดความดันตา และการตรวจพยาธิสภาพของส่วนต่าง ๆ ของดวงตา
การตรวจตา คืออะไร สำคัญอย่างไร
การตรวจตา (Eye Examination) คือกระบวนการทดสอบและประเมินประสิทธิภาพการมองเห็น รวมถึงการตรวจสอบความผิดปกติของโครงสร้างดวงตาโดยจักษุแพทย์ กระบวนการตรวจตาครอบคลุมตั้งแต่การคัดกรองเบื้องต้นไปจนถึงการใช้เครื่องมือพิเศษทางจักษุวิทยาเพื่อวินิจฉัยโรคอย่างแม่นยำ
นอกจากนี้ การตรวจตาไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การแก้ไขปัญหาการมองเห็นไม่ชัด แต่ยังเป็นการเฝ้าระวังโรคหรือภาวะต่าง ๆ ที่อาจทำให้สูญเสียการมองเห็นได้ถาวร เช่น ภาวะความดันตาผิดปกติ เบาหวานขึ้นตา หรือจอประสาทตาเสื่อม ซึ่งหากตรวจพบและได้รับการรักษาตาอย่างทันท่วงที จะช่วยลดโอกาสความพิการทางสายตาได้
แพ็กเกจตรวจตาที่โรงพยาบาลไทยจักษุ พระราม 3
โปรแกรมตรวจสุขภาพตาเบื้องต้น เริ่มต้น 800 บาท
โรงพยาบาลไทยจักษุ พระราม 3 พร้อมดูแลสุขภาพดวงตาของคุณและคนที่คุณรัก ด้วยโปรแกรมตรวจสุขภาพตาเบื้องต้น เพื่อคัดกรองโรคต้อกระจก ต้อลม ต้อหิน ต้อเนื้อ และโรคจอประสาทตา ในราคาเริ่มต้นเพียง 800 บาท
เงื่อนไขการให้บริการ:
- กรุณาติดต่อทำนัดหมายล่วงหน้าได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 02-689-8888 ในเวลาทำการ หรือผ่านช่องทาง Line Official: @thaieyecenter
- อัตราค่าบริการในแพ็กเกจนี้ ไม่รวมค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในกรณีที่จักษุแพทย์ตรวจพบสิ่งผิดปกติ และจำเป็นต้องเข้ารับการตรวจวินิจฉัยพิเศษอื่น ๆ นอกเหนือจากรายการในแพ็กเกจ
- ทางโรงพยาบาลขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
ใครบ้างที่ควรตรวจตา
แม้ไม่มีอาการผิดปกติ แต่การเข้ารับการตรวจสุขภาพตาก็เป็นเรื่องที่ควรทำในทุกช่วงวัย เพื่อคัดกรองความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว สำหรับกลุ่มคนที่ควรมองหาคลินิกตรวจตา มีดังนี้
- วัยเด็กอายุไม่เกิน 3 ปี : ควรได้รับการตรวจตาเพื่อประเมินภาวะตาเข (Strabismus) ตาเหล่ หรือโรคตาขี้เกียจ (Amblyopia) ซึ่งต้องแก้ไขก่อนอายุ 7 ปี
- วัยเด็กและวัยรุ่น : เน้นตรวจภาวะสายตาผิดปกติจากการใช้คอมพิวเตอร์ (Computer Vision Syndrome) และคัดกรองภาวะภูมิแพ้ขึ้นตา สำหรับผู้ที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีฝุ่นควัน
- ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป : ควรเริ่มตรวจตาเพื่อคัดกรองโรคที่มาตามวัย เช่น ต้อกระจก (Cataract) ซึ่งหากไม่ดูแลให้ดีอาจต้องรับการผ่าตัดต้อกระจกในอนาคต หรือการตรวจวัดความดันตาเพื่อหาความเสี่ยงต้อหิน (Glaucoma)
- ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป : ควรเข้ารับการตรวจตาเป็นประจำทุกปี เพื่อคัดกรองโรคตาตั้งแต่ระยะแรก ๆ
- ผู้ที่มีโรคประจำตัว : โดยเฉพาะผู้เป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือโรคภูมิแพ้ตัวเอง (SLE) ซึ่งส่งผลกระทบต่อดวงตาโดยตรงและต้องการการติดตามอย่างสม่ำเสมอ
การตรวจตาประจำปีสำคัญอย่างไร
การสละเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อปี เพื่อเข้าคลินิกดวงตา ช่วยลดความเสี่ยงในการสูญเสียดวงตาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีเหตุผลหลักที่ผู้รับบริการควรตระหนักดังนี้
วัดสายตา แก้ปัญหาการมองเห็น
การตรวจตาวัดระดับการมองเห็น ช่วยระบุความผิดปกติของค่าสายตา ไม่ว่าจะเป็นสายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียง การปรับค่าแว่นที่ถูกต้องช่วยลดอาการล้าของดวงตาและลดความเสี่ยงอุบัติเหตุ
ตรวจหาโรคตาในระยะเริ่มต้น
หมอรักษาตา หรือจักษุแพทย์สามารถมองเห็นความผิดปกติที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าผ่านการส่องตรวจตาด้วยกล้องจุลทรรศน์ (Slit Lamp) ซึ่งช่วยให้พบความเสี่ยงสำคัญ เช่น
- การพบสัญญาณของต้อหินเฉียบพลัน หรือภาวะต้อหินมุมปิด ซึ่งมักทำลายขั้วประสาทตาโดยไม่รู้ตัว
- ตรวจคัดกรองภาวะต้อกระจก (Cataract) ที่ทำให้เลนส์ตาขุ่นมัว มองเห็นไม่ชัด และอาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
- ตรวจประเมินอาการของต้อเนื้อ (Pterygium) คือ พังผืดที่เป็นผลจากการถูกแสงแดดและลมสะสม หากลุกลามอาจต้องพิจารณาผ่าตัดต้อเนื้อ
- คัดกรองภาวะต้อลม ที่อาจพัฒนาไปเป็นต้อเนื้อได้ในอนาคต
เพิ่มความปลอดภัยในการใช้ชีวิต
ทัศนวิสัยที่ดีเป็นสิ่งจำเป็นต่อความปลอดภัย โดยเฉพาะการขับขี่ยานพาหนะในเวลากลางคืนหรือการทำงานที่ต้องอาศัยความแม่นยำสูง เช่น การฝังเข็ม การผ่าตัดทำหัตถการ เป็นต้น การตรวจตาช่วยให้มั่นใจว่าลานสายตาและมิติการมองเห็นยังทำงานปกติ
ดูแลสุขภาพดวงตาในระยะยาว
การตรวจตาเป็นส่วนสำคัญของการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันในระยะยาว โดยเฉพาะกลุ่มที่มีโรคประจำตัวซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อระบบการมองเห็น ดังนี้
- โรคเบาหวาน : การตรวจตาในผู้ป่วยเบาหวาน ช่วยเฝ้าระวังเบาหวานขึ้นตา
- โรคความดันโลหิตสูงและไขมันในเลือดสูง : โรคเหล่านี้อาจทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดที่จอประสาทตาอุดตันหรือตีบตันได้
- โรคไทรอยด์บางชนิด : อาจส่งผลให้เกิดอาการตาโปน เยื่อบุตาบวม หรือส่งผลกระทบต่อเส้นประสาทตาจนการมองเห็นลดลง
การตรวจตาเป็นประจำช่วยให้แพทย์คัดกรองโรค พร้อมวางแผนป้องกันโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่กระทบต่อคุณภาพการมองเห็นได้ทันท่วงที
เตรียมตัวก่อนตรวจตาอย่างไร
เพื่อให้ผลการตรวจตามีความแม่นยำและผู้รับบริการได้รับความสะดวกสูงสุด ควรมีการเตรียมตัวเบื้องต้นดังนี้
- เตรียมแว่นเดิมหรือคอนแทคเลนส์ไปด้วย เพื่อให้จักษุแพทย์ประเมินความแตกต่างของค่าสายตาเดิมและค่าสายตาใหม่
- เตรียมประวัติสุขภาพ ชื่อยาที่ใช้ประจำ โรคประจำตัว และประวัติโรคตาในครอบครัว
- งดขับรถเอง หากต้องมีการขยายม่านตา เพราะอาจทำให้ตาพร่ามัวและสู้แสงไม่ได้ชั่วคราว
- เตรียมแว่นกันแดด สำหรับสวมใส่หลังการตรวจตาในบางกรณี โดยเฉพาะผู้ที่มีการขยายม่านตาหรือมีอาการไวต่อแสงหลังตรวจตา
- สอบถามข้อมูล เช่น ขยายม่านตาราคาเท่าไหร่ หรือตรวจลานสายตาราคาเท่าไหร่
ขั้นตอนการตรวจตา
เมื่อเข้าพบจักษุแพทย์ที่คลินิกตาหรือโรงพยาบาล จะมีลำดับขั้นตอนการตรวจตาเบื้องต้นดังนี้
- การซักประวัติ : สอบถามอาการผิดปกติ ประวัติการใช้สายตา และปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ เช่น คนในครอบครัวมีประวัติเป็นต้อหินหรือเคยผ่าตัดตาหรือไม่
- ทดสอบการมองเห็น (Visual Acuity) : วัดระดับการมองเห็นด้วยแผ่นวัดสายตา (Snellen Chart) เพื่อทดสอบความชัดสายตาทั้งซ้ายและขวา
- ตรวจความดันลูกตา (Tonometry) : จะเป็นการวัดความดันลูกตาด้วยเครื่องเป่าลมเพื่อคัดกรองโรคทางตา เช่น ความดันลูกตาสูงอาจเสี่ยงเป็นต้อหิน หรือถ้าความดันต่ำอาจเสี่ยงเป็นจอประสาทตาลอก อาการฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ทำให้สูญเสียการมองเห็นได้
- การวัดค่าสายตา (Refraction) : โดยใช้เครื่องวัดสายตาที่เรียกว่า Phoropter เพื่อตรวจประเมินค่าสายตาว่ามีปัญหาสายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียงหรือไม่
- การตรวจโครงสร้างดวงตา (Slit Lamp Exam) : ใช้กล้องจุลทรรศน์ตรวจโครงสร้างส่วนหน้า เช่น กระจกตา รูม่านตา และเลนส์ตา เพื่อหาความผิดปกติทางตา เช่น อาการต้อกระจก
- การตรวจจอประสาทตา (Fundus Exam) : อาจมีการหยอดยาขยายม่านตาในบางราย เช่น ผู้ป่วยเบาหวาน ความดัน เพื่อตรวจจอประสาทตาอย่างละเอียด
- การตรวจ OCT (Optical Coherence Tomography) : เป็นการตรวจสแกนภาพตัดขวางสามมิติของจอประสาทตาและขั้วประสาทตา ช่วยวินิจฉัยโรคจอประสาทตา โรคจุดรับภาพเสื่อม ฯลฯ
อย่าละเลยการตรวจตา เพื่อสุขภาพการมองเห็นในระยะยาว
การตรวจตาเป็นมากกว่าการวัดสายตา แต่เป็นการตรวจสุขภาพตาโดยรวมที่ช่วยคัดกรองโรคร้ายแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ที่มีความเสี่ยงหรือมีอาการควรรีบหาหมอตา เพื่อรับการวินิจฉัยอย่างถูกต้อง การดูแลตั้งแต่ระยะแรกช่วยลดโอกาสการสูญเสียการมองเห็นและเพิ่มคุณภาพชีวิตในระยะยาว
สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงและกำลังมองหาคลินิกรักษาตา หรืออยากปรึกษาหมอจักษุแพทย์ โรงพยาบาลไทยจักษุ พระราม 3 (Thai Eye Hospital) พร้อมให้บริการด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ครอบคลุมตั้งแต่การตรวจสุขภาพตาเบื้องต้นไปจนถึงการทำหัตถการที่ซับซ้อน เช่น การผ่าตัดต้อกระจก การลอกต้อเนื้อด้วยเทคโนโลยีล่าสุด หรือการรักษาโรคทางกระจกตาและจอประสาทตา โดยทีมจักษุแพทย์เฉพาะทางที่พร้อมดูแลดวงตาของผู้เข้ารับบริการอย่างเป็นมืออาชีพ
ช่องทางการติดต่อ
- Facebook :Thai Eye Hospital
- Line official :@thaieyecenter
- Email : [email protected]
- Tel : 02-689-8888
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
ตรวจสุขภาพตากี่บาท
ค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพตาขึ้นอยู่กับรายการตรวจและเครื่องมือที่ใช้ ควรตรวจสอบราคากับโรงพยาบาลเพื่อความแม่นยำ
ตรวจตา หาโรคอะไรได้บ้าง
ตรวจพบโรค เช่น ต้อกระจก ต้อหิน เบาหวานขึ้นตา จอประสาทตาเสื่อม รวมถึงภาวะสายตาผิดปกติ และโรคอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างดวงตา
References
- Turbert, D. (2024, February 14). Eye Exam and Vision Testing Basics. American Academy of Ophthalmology. https://www.aao.org/eye-health/tips-prevention/eye-exams-101
- Why Eye Exams Are Important. (2024, May 15). Centers for Disease Control and Prevention. https://www.cdc.gov/vision-health/about-eye-disorders/why-eye-exams-are-important.html
- Eye Exam: When to Go, What Tests Are Performed, and How to Prepare. (n.d.). Eye7 Eye Hospitals. https://www.eye7.in/eye-test/#2-refraction-test
08:00 – 18:00
แชท LINE