ผ่าตัดต้อกระจก รักษาและพักฟื้นอย่างไรให้กลับมามองเห็นชัด

ผ่าตัดต้อกระจก

ต้อกระจก เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการมองเห็นที่พร่ามัว โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ซึ่งเกิดจากเลนส์ตาที่เคยใสเริ่มขุ่นมัว ทำให้แสงเข้าสู่ดวงตาได้ลดลง ส่งผลให้การมองเห็นไม่ชัดเหมือนเดิม อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันการผ่าตัดต้อกระจกได้พัฒนาอย่างมาก ทั้งเทคโนโลยีการผ่าตัดที่ทันสมัยและเลนส์แก้วตาเทียมหลายประเภท ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถฟื้นฟูการมองเห็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับต้อกระจก วิธีการผ่าตัดต้อกระจก ขั้นตอนการรักษา รวมถึงการดูแลตัวเองหลังผ่าตัด เพื่อให้ผู้ป่วยเตรียมตัวได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย

Key Takeaways

  • ต้อกระจก คือภาวะที่เลนส์ตาเกิดความขุ่น ทำให้การมองเห็นพร่ามัว และการรักษาที่ได้ผลคือ การผ่าตัดต้อกระจก เพื่อเปลี่ยนเลนส์ตาเทียม
  • การผ่าตัดต้อกระจกมี 2 วิธีหลัก ได้แก่ การสลายต้อด้วยคลื่นอัลตราซาวนด์ (แผลเล็ก พักฟื้นเร็ว) และการผ่าตัดแบบเปิดแผลกว้างที่ใช้ในบางกรณี
  • เลนส์แก้วตาเทียมมีหลายประเภท เช่น เลนส์ระยะเดียว สองระยะ สามระยะ และเลนส์แก้สายตาเอียง ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพการมองเห็นและค่าใช้จ่าย
  • หลังผ่าตัดควรดูแลดวงตาอย่างถูกวิธี ใช้ยาตามแพทย์สั่ง และหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่กระทบต่อดวงตา เพื่อให้แผลหายเร็วและลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน
  • หากได้รับการรักษาและดูแลอย่างเหมาะสม ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถกลับมามองเห็นชัดเจนและใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
สารบัญบทความ

ต้อกระจก คืออะไร

ต้อกระจกหรือ Cataract คือ ภาวะที่เลนส์ตาซึ่งปกติควรใสเกิดความขุ่นมัว จากการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างโปรตีนภายในเลนส์ ทำให้แสงผ่านเข้าสู่จอประสาทตาได้ลดลง ส่งผลให้การมองเห็นพร่ามัว หรือเกิดภาพซ้อน มักพบในผู้สูงอายุ 

ต้อกระจกหากปล่อยทิ้งไว้นาน อาจส่งผลต่อการมองเห็น ทำให้ตามัวลงเรื่อย ๆ จนสูญเสียการมองเห็นได้ โดยการรักษาต้อกระจกที่มีประสิทธิภาพคือผ่าตัดต้อกระจก เปลี่ยนเลนส์ตาใหม่และฟื้นฟูการมองเห็น

  • ภัยเงียบที่ทำลายการมองเห็นถาวร ทำความรู้จักวิธีป้องกันก่อนสายเกินแก้พร้อมแนวทางการรักษาที่ถูกต้อง : ต้อหิน

ผ่าตัดต้อกระจก คืออะไร

ผ่าตัดต้อกระจก คือวิธีรักษาภาวะเลนส์ตาขุ่นจากโรคต้อกระจก โดยแพทย์จะทำการนำเลนส์ตาที่ขุ่นออกและใส่เลนส์ตาเทียมเข้าไปแทน เพื่อช่วยให้การมองเห็นกลับมาชัดเจนมากขึ้น การผ่าตัดต้อกระจกมักใช้แผลขนาดเล็กประมาณ 2 – 3 มิลลิเมตร ใช้เวลาประมาณ 10 – 30 นาที โดยผ่าตัดต้อกระจก ราคาเริ่มต้นตั้งแต่หลักหมื่นจนถึงหลักแสน ขึ้นอยู่กับประเภทเลนส์สายตาที่เลือก 

  • เช็กสัญญาณเตือนโรคจอประสาทตาเสื่อม พร้อมวิธีดูแลถนอมดวงตาให้มองเห็นได้ชัดเจนยาวนานทุกช่วงวัย : จอประสาทตาเสื่อม

ทำไมต้องผ่าตัดต้อกระจก

การผ่าตัดต้อกระจก เป็นวิธีรักษาต้อกระจกที่สามารถหายขาดได้ เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาต้อกระจกโดยไม่ต้องผ่าตัด หากเลนส์ตาขุ่นมากจนส่งผลต่อการมองเห็น แพทย์จะแนะนำให้ผ่าต้อกระจกนำเลนส์ตาที่ขุ่นออกและใส่เลนส์ตาเทียมแทน เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยกลับมามองเห็นได้ชัดเจนและใช้ชีวิตอย่างปกติอีกครั้ง

  • เจาะลึกความผิดปกติของจุดรับภาพชัด สาเหตุหลักที่ทำให้มองภาพบิดเบี้ยวและวิธีชะลอความเสื่อมของดวงตา : จอประสาทตาเสื่อมในผู้สูงอายุ

เลนส์แก้วตาเทียมที่ Thai Eye Center มีกี่ชนิด

ในการผ่าตัดต้อกระจก แพทย์จะลอกตานำเลนส์ตาที่ขุ่นออกและใส่เลนส์แก้วตาเทียม (Intraocular Lens: IOL) เข้าไปแทน ซึ่งเลนส์แต่ละชนิดถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้การมองเห็นที่ต่างกัน รวมถึงเปลี่ยนเลนส์ตา ราคาก็ต่างกันตามเลนส์ที่เลือก โดยเลนส์แก้วตาเทียมแบ่งออกได้ดังนี้

ประเภทเลนส์แก้วตาเทียม

ระดับการมองเห็น

การแก้สายตาเอียง

เลนส์โฟกัสระยะเดียว (Monofocal IOL)

ช่วยให้มองเห็นได้ชัด
ในระยะไกล

เลนส์สามระยะ (Trifocal IOL)

มองเห็นได้ทั้ง
ระยะใกล้, กลาง และไกล

เลนส์ระยะเดียวแบบแก้เอียง (Monofocal Toric IOL)

ช่วยให้มองเห็นได้ชัด
ในระยะไกล

แก้สายตาเอียงได้

เลนส์สามระยะแบบแก้เอียง (Trifocal Toric IOL)

ช่วยให้มองเห็นได้ทั้งใกล้, กลาง และไกล

แก้สายตาเอียงได้

การผ่าตัดต้อกระจก มีกี่วิธี

การผ่าตัดต้อกระจก มีกี่วิธี

การผ่าตัดต้อกระจกเป็นวิธีรักษาหลักสำหรับผู้ป่วยที่เลนส์ตาขุ่นจนส่งผลต่อการมองเห็น โดยในปัจจุบันคนเป็นต้อกระจก รักษาด้วยวิธีผ่าตัดอยู่ 2 รูปแบบหลัก คือผ่าตัดต้อกระจกแบบใหม่และแบบเก่า ซึ่งแพทย์จะพิจารณาเลือกวิธีที่เหมาะสมกับผู้ป่วย และลักษณะของดวงตา ดังนี้

ผ่าตัดต้อกระจกแบบใหม่

การผ่าตัดต้อกระจกแบบใหม่ หรือ “การสลายต้อกระจกด้วยคลื่นอัลตราซาวนด์ (Phacoemulsification)” เป็นเทคนิคการผ่าตัดที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน โดยแพทย์ผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ตาโดยใช้คลื่นอัลตราซาวนด์สลายเลนส์ตาที่ขุ่นให้แตกเป็นชิ้นเล็ก ๆ ก่อนดูดออก และใส่เลนส์แก้วตาเทียมเข้าไปแทน

วิธีการผ่าตัดต้อกระจกแบบนี้เหมาะสำหรับผู้ป่วยต้อกระจกในระยะเริ่มต้นถึงระยะปานกลาง มีจุดเด่นคือแผลผ่าตัดมีขนาดเล็ก ใช้เวลาผ่าตัดไม่นาน และหลังผ่าตัดต้อกระจกใช้ระยะพักฟื้นสั้น เพียง 2 – 3 วันก็สามารถกลับมามองเห็นได้ดี นอกจากนี้เลนส์ที่ใส่เข้าไปยังสามารถช่วยแก้ไขปัญหาสายตาสั้น ยาว หรือสายตาเอียงได้ในคราวเดียว

ผ่าตัดต้อกระจกแบบเก่า

การผ่าตัดต้อกระจกแบบเก่า หรือ “การผ่าตัดแบบเปิดแผลกว้าง (Extracapsular Cataract Extraction)” เป็นวิธีการผ่าตัดตาที่แพทย์จะเปิดแผลบริเวณดวงตาเพื่อนำเลนส์ตาที่ขุ่นออกโดยตรง แล้วจึงใส่เลนส์แก้วตาเทียมเข้าไปแทน

วิธีนี้มักใช้กับผู้ป่วยที่มีต้อกระจกระยะรุนแรง หรือกรณีที่เลนส์ตาแข็งมากจนไม่สามารถใช้วิธีสลายต้อกระจกแบบใหม่ได้ แม้ว่าจะเป็นวิธีผ่าตัดต้อกระจกที่ได้ผลดี แต่แผลผ่าตัดมีขนาดใหญ่กว่า จึงต้องใช้เวลาพักฟื้นนานขึ้น โดยอาจใช้เวลาหลังผ่าต้อกระจก 1 เดือน หรือ 6 สัปดาห์ ก่อนที่การมองเห็นจะกลับมาชัดเจนและดวงตาจะปรับตัวกับเลนส์ใหม่ได้

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดต้อกระจก

ก่อนเข้ารับการผ่าตัดต้อกระจก ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการตรวจประเมินจากจักษุแพทย์อย่างละเอียด เพื่อวางแผนการรักษาและเลือกวิธีผ่าตัดที่เหมาะสมที่สุดและช่วยให้การฟื้นตัวหลังผ่าตัดเป็นไปอย่างราบรื่น โดยขั้นตอนและข้อควรเตรียมตัวก่อนผ่าตัดต้อกระจก มีดังนี้

  • เข้ารับการตรวจประเมินดวงตาโดยแพทย์: แพทย์จะตรวจอาการของต้อกระจก การขยายตัวของม่านตา และตรวจจอประสาทตา เพื่อประเมินและเลือกวิธีการผ่าตัดต้อกระจกที่เหมาะสม
  • แจ้งโรคประจำตัวและยาที่ใช้อยู่กับแพทย์: ผู้ป่วยควรแจ้งข้อมูลโรคประจำตัว รวมถึงยาที่กำลังรับประทานอยู่ เพื่อให้แพทย์ประเมินความเสี่ยงของการผ่าตัด และพิจารณาหยุดยาบางชนิด 
  • ฝึกนอนหงายพร้อมผ้าคลุมใบหน้า: ผู้ป่วยควรฝึกนอนหงายโดยมีผ้าคลุมบริเวณใบหน้าเป็นเวลาประมาณ 20 – 30 นาที เพื่อให้คุ้นเคยกับลักษณะการหายใจระหว่างการผ่าตัดต้อกระจก 
  • ดูแลความสะอาดร่างกายในวันผ่าตัด: ควรอาบน้ำ สระผม และล้างหน้าให้สะอาดก่อนเดินทางมาโรงพยาบาล พร้อมทั้งงดการใช้แป้ง ครีม หรือเครื่องสำอางบริเวณใบหน้า
  • รับประทานอาหารและยาตามคำแนะนำของแพทย์: ในวันผ่าตัดสามารถรับประทานอาหารเช้าและยาประจำตัวได้ตามปกติ ยกเว้นยาบางชนิดที่แพทย์สั่งให้งด
  • งดสวมเครื่องประดับหรือสิ่งของมีค่า: ก่อนเข้ารับการผ่าตัดต้อกระจกควรถอดเครื่องประดับ ของมีค่า รวมถึงฟันปลอม เพื่อความปลอดภัยระหว่างการผ่าตัด
  • ควรมีญาติหรือผู้ดูแลมาด้วยในวันผ่าตัด: หลังการผ่าตัดต้อกระจกผู้ป่วยจะต้องปิดตาข้างที่ผ่าตัด จึงควรมีญาติหรือผู้ดูแลมาช่วยพากลับบ้านและดูแลความปลอดภัยระหว่างเดินทาง.

ขั้นตอนการผ่าตัดต้อกระจก

ขั้นตอนการผ่าตัดต้อกระจก

การผ่าตัดต้อกระจกแบบใหม่และการผ่าตัดต้อกระจกแบบเก่ามีความแตกต่างกันทั้งในด้านเทคนิคการผ่าตัด ขนาดของแผล ระยะเวลาพักฟื้น และเทคโนโลยีที่ใช้ ซึ่งขั้นตอนการผ่าตัดต้อกระจกทั้งสองแบบ มีรายละเอียดดังนี้

ผ่าตัดต้อกระจกแบบใหม่

  • แพทย์เปิดแผลขนาดเล็กประมาณ 2 – 2.5 มิลลิเมตรบริเวณกระจกตา และเจาะถุงหุ้มเลนส์เพื่อสอดเครื่องมือเข้าไป
  • เครื่องมือจะปล่อยคลื่นอัลตราซาวนด์เพื่อสลายเลนส์ตาที่ขุ่นให้แตกเป็นชิ้นเล็ก ๆ
  • หลังจากสลายต้อแล้ว แพทย์จะใช้เครื่องมือดูดเศษเลนส์ตาออก โดยคงถุงหุ้มเลนส์ไว้
  • ใส่เลนส์แก้วตาเทียมชนิดพับหรือเลนส์ขนาดเล็กเข้าไปในถุงหุ้มเลนส์
  • แผลผ่าตัดมีขนาดเล็กมาก จึงไม่จำเป็นต้องเย็บแผล
  • ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 15–30 นาที และผู้ป่วยกลับบ้านได้ในวันเดียวกัน
  • ระยะพักฟื้นสั้น โดยส่วนใหญ่กลับมามองเห็นได้ชัดขึ้นภายในประมาณ วัน ในวันถัดไป

ผ่าตัดต้อกระจกแบบเก่า

  • แพทย์เปิดแผลบริเวณดวงตาระหว่างกระจกตาและตาขาว ขนาดประมาณ 6 มิลลิเมตร
  • นำเลนส์ตาที่ขุ่นและแข็งออกโดยตรงผ่านแผลผ่าตัด
  • ใช้เครื่องมือดูดเลนส์ตาส่วนที่เหลือออก โดยคงถุงหุ้มเลนส์ไว้
  • ใส่เลนส์แก้วตาเทียมเข้าไปในถุงหุ้มเลนส์
  • เย็บปิดแผลผ่าตัดเพื่อให้แผลสมานตัว
  • ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 30 – 45 นาที และสามารถกลับบ้านได้ในวันเดียวกัน
  • ระยะพักฟื้นนานกว่า โดยดวงตาอาจใช้เวลาประมาณ 4 – 6 สัปดาห์จึงจะปรับตัวและมองเห็นได้ชัดเจนเต็มที่

การดูแลตัวเองหลังผ่าตัดต้อกระจก

แม้การผ่าตัดต้อกระจกจะเป็นหัตถการที่ค่อนข้างปลอดภัยและมีแผลขนาดเล็ก แต่หลังการผ่าตัดผู้ป่วยจำเป็นต้องดูแลดวงตาอย่างถูกวิธี เพื่อป้องกันการติดเชื้อ ลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน และช่วยให้ดวงตาฟื้นตัวได้เร็ว โดยวิธีดูแลตัวเองหลังผ่าตัดต้อกระจก มีดังนี้

  • ใช้ยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด: หลังผ่าตัดต้อกระจก แพทย์จะให้ยาหยอดตาและยารับประทาน ผู้ป่วยควรใช้ยาให้ครบตามคำแนะนำ เพื่อช่วยลดการอักเสบและป้องกันการติดเชื้อ
  • พักผ่อนให้เพียงพอในช่วงวันแรกหลังผ่าตัด: ควรนอนพักให้มาก โดยแนะนำให้นอนหมอนสูง และหลีกเลี่ยงการนอนตะแคงด้านที่เพิ่งผ่าตัด
  • เข้ารับการตรวจเพื่อติดตามอาการ: โดยปกติแพทย์จะนัดตรวจหลังผ่าตัดประมาณ 1 วัน เพื่อตรวจความเรียบร้อยของดวงตาและทำความสะอาดแผล
  • ทำความสะอาดดวงตาอย่างถูกวิธี: ควรใช้สำลีหรือผ้าสะอาดชุบน้ำเช็ดบริเวณเปลือกตาและรอบดวงตาอย่างเบามือ เพื่อลดความเสี่ยงติดเชื้อ และหลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสหรือขยี้ตา
  • ใส่แว่นกันแดดหรือฝาครอบตา: ในช่วงกลางวันควรใส่แว่นกันแดดหรือแว่นสายตาเพื่อป้องกันแสงและการกระแทก ส่วนตอนกลางคืนควรใช้ฝาครอบตาขณะนอนหลับอย่างน้อยประมาณ 1 เดือน
  • ระวังไม่ให้น้ำเข้าตา: ควรใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดหน้า และหลีกเลี่ยงให้น้ำเข้าตา หากต้องการสระผมควรให้ผู้อื่นช่วยสระ หรือสระผมในลักษณะเอนศีรษะไปด้านหลัง
  • หลีกเลี่ยงการออกแรงหนักหรือก้มตัวมาก: ไม่ควรยกของหนัก ออกกำลังกายหนัก หรือก้มศีรษะต่ำกว่าเอวอย่างน้อยประมาณ 1 เดือน
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการระคายเคืองดวงตา: เช่น การทำสวน การกวาดบ้าน หรือการทำอาหารที่มีควันและไอร้อน อย่างน้อยประมาณ 1 สัปดาห์หลังผ่าตัดต้อกระจก

ผลข้างเคียงหลังผ่าตัดต้อกระจกที่ควรรู้

แม้การผ่าตัดต้อกระจก จะเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยสูงและมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนน้อย แต่เช่นเดียวกับการผ่าตัดทุกชนิด ยังคงมีความเสี่ยงบางประการที่ผู้ป่วยควรทราบ เพื่อให้สามารถสังเกตอาการผิดปกติและเข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที โดยผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังผ่าตัดต้อกระจก ได้แก่

  • ความดันลูกตาสูงชั่วคราว: อาจพบได้ในช่วงวันแรก ๆ หลังการผ่าตัด โดยส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นในระยะสั้น และแพทย์อาจให้ยาหยอดตาเพิ่มเติมเพื่อควบคุมความดันตา
  • กระจกตาบวมขุ่น อาจเกิดขึ้นได้ในผู้ป่วยบางราย โดยเฉพาะผู้ที่มีเลนส์ตาแข็งมากหรือผู้สูงอายุ แพทย์อาจให้ยารักษาเพื่อลดอาการบวม และในกรณีที่รุนแรงอาจต้องรักษาเพิ่มเติม
  • ภาวะถุงหุ้มเลนส์ขุ่น (Posterior Capsular Opacity – PCO) : เป็นภาวะที่พบได้ค่อนข้างบ่อยหลังการผ่าตัดต้อกระจก โดยถุงหุ้มเลนส์ด้านหลังเลนส์ตาเทียมเกิดความขุ่น ทำให้เกิดอาการตามัว
  • อาการระคายเคืองหรือคันตาหลังผ่าตัด: ในช่วงแรกหลังการผ่าตัดต้อกระจก ผู้ป่วยอาจรู้สึกระคายเคืองหรือคันตาเล็กน้อย ซึ่งเป็นอาการที่พบได้ทั่วไป และมักดีขึ้นเมื่อดวงตาฟื้นตัว
  • เลือดออกภายในดวงตา: เป็นภาวะที่พบได้น้อยมาก แต่อาจส่งผลให้การมองเห็นลดลงได้ หากเกิดอาการผิดปกติควรรีบพบแพทย์ทันที
  • การติดเชื้อหลังการผ่าตัด: แม้จะพบได้ไม่บ่อย แต่ถือเป็นภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง อาจทำให้การมองเห็นลดลงหรือถึงขั้นตาบอดได้ อาการที่ควรระวัง ได้แก่ ปวดตา, ตาแดง, ตามัว หรือมีขี้ตามาก

ผ่าตัดต้อกระจก ทางเลือกการรักษาเพื่อการมองเห็นที่ชัดเจนอีกครั้ง

การผ่าตัดต้อกระจก เป็นวิธีรักษาที่ช่วยแก้ปัญหาเลนส์ตาขุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยแพทย์จะนำเลนส์ตาที่ขุ่นออกและใส่เลนส์แก้วตาเทียมเข้าไปแทน ปัจจุบันมีทั้งเทคนิคผ่าตัดต้อกระจกแบบใหม่ที่แผลเล็ก พักฟื้นเร็ว และวิธีผ่าตัดต้อกระจกแบบดั้งเดิมที่ใช้ในบางกรณี การเลือกวิธีผ่าตัดและชนิดของเลนส์ที่เหมาะสม ซึ่งการผ่าตัดต้อกระจก ราคาจะขึ้นอยู่กับประเภทของเลนส์แก้วตาเทียมที่ใช้ นอกจากนี้การดูแลตัวเองหลังผ่าตัดอย่างถูกต้อง จะช่วยให้ผู้ป่วยกลับมามองเห็นได้ชัดเจนและใช้ชีวิตได้ตามปกติอีกครั้ง

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาศูนย์รักษาต้อกระจกในผู้สูงอายุและผ่าตัดต้อกระจกที่ได้มาตรฐาน โรงพยาบาลไทยจักษุ พระราม 3 (Thai Eye Hospital) เป็นศูนย์เฉพาะทางด้านจักษุที่มีทีมจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ พร้อมเครื่องมือและเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย ให้บริการตรวจวินิจฉัยและผ่าตัดต้อกระจกแบบครบวงจร รวมถึงการเลือกเลนส์แก้วตาเทียมที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย เพื่อช่วยฟื้นฟูการมองเห็นให้กลับมาชัดเจนและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ช่องทางการติดต่อ

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

ผ่าตัดต้อกระจกต้องพักฟื้นกี่วัน

หลังผ่าตัดต้อกระจก ผู้ป่วยสามารถพักฟื้นประมาณ 1 วัน และกลับไปใช้ชีวิตประจำวัน ได้ตามปกติ 

แผลผ่าตัดต้อกระจก กี่วันหาย

สำหรับข้อสงสัยที่ว่าผ่าตัดต้อกระจก กี่วันหาย คำตอบคือแผลจะสมานตัวภายในประมาณ 2 – 4 สัปดาห์ เนื่องจากแผลผ่าตัดต้อกระจกมักมีขนาดเล็ก อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาการฟื้นตัวแต่ละคนอาจต่างกัน

ผ่าตัดต้อกระจกกี่วันจะโดนน้ำได้

หลังผ่าตัดต้อกระจกควรหลีกเลี่ยงไม่ให้น้ำเข้าตาอย่างน้อย 1 สัปดาห์ ควรใช้วิธีเช็ดหน้าแทนการล้างหน้า และให้ผู้อื่นช่วยสระผมเพื่อป้องกันน้ำเข้าตา

References

สอบถามบริการ

08:00 – 18:00

หรือโทร 02-689-8888 (+66)2-689-8888

แพ็กเกจแนะนำ

แชร์บทความนี้

สอบถามบริการ

08:00 – 18:00

หรือโทร 02-689-8888

แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

แพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง

ผ่าตัดต้อหินอันตรายไหม? ทำความเข้าใจวิธีผ่าตัด การเตรียมตัว การดูแลหลังผ่าตัด พร้อมรู้ผลข้างเคียงและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น เพื่อเตรียมตัวก่อนเข้ารับการรักษา
ผ่าตัดต้อเนื้อ หรือลอกต้อเนื้อ คือการรักษาต้อเนื้อด้วยการนำเนื้อเยื่อที่เสื่อมสภาพและลุกลามเข้าสู่ตาดำออก ช่วยลดอาการตาแดง ระคายเคือง ให้การมองเห็นกลับมาชัดเจนขึ้น
ต้อลมเกิดจากดวงตาระคายเคืองจากสิ่งกระตุ้น เช่น แสงแดด ลม ฝุ่นละออง ทำให้ตาแดง แสบตา เหมือนมีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในตา หากปล่อยไว้นานอาจพัฒนาเป็นต้อเนื้อได้
โรคต้อหินคือความเสื่อมของเส้นประสาทตา มักเกิดจากความดันตาที่สูงจนกดทับและทำลายขั้วประสาทตา มักเกิดขึ้นอย่างช้า ๆ และแทบจะไม่มีอาการแสดง
ต้อกระจก ตาบอดไหม? ภาวะเลนส์ตาขุ่นมัวที่ทำให้มองเห็นไม่ชัด เห็นแสงกระจาย ภาพซ้อน สีเพี้ยน และอาจกระทบการมองเห็นหากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม
ต้อกระจกในผู้สูงอายุ เกิดจากเลนส์ตาขุ่นมัว ส่งผลให้มองเห็นไม่ชัด เห็นภาพซ้อน หรือไวต่อแสง การสังเกตอาการตั้งแต่ระยะแรกช่วยลดผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตได้
ส่งข้อมูลสำเร็จ