ต้อกระจกในผู้สูงอายุอย่าละเลย ส่งผลกระทบการมองเห็นมากกว่าที่คิด

ต้อกระจกในผู้สูงอายุ

ต้อกระจกในผู้สูงอายุ เป็นโรคตาที่พบได้บ่อยจากความเสื่อมตามวัย โดยมักเริ่มจากอาการมองเห็นพร่ามัว เหมือนมีหมอกบังสายตา จนหลายคนเข้าใจว่าเป็นเรื่องปกติของผู้สูงอายุ และไม่ได้คิดว่าตาเป็นต้อกระจก

อย่างไรก็ตาม ต้อกระจกอาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ทั้งการอ่านหนังสือ การขับรถ และการทำกิจกรรมต่าง ๆ หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการรักษา อาการอาจรุนแรงขึ้นและกระทบต่อคุณภาพชีวิตได้ การรู้เท่าทันสาเหตุต้อกระจก อาการ และแนวทางการรักษาจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

Key Takeaways

  • ต้อกระจกในผู้สูงอายุเกิดจากเลนส์ตาขุ่นมัวตามวัย ทำให้มองเห็นพร่ามัว เหมือนมีหมอกบัง เห็นสีซีดลง หรือเห็นแสงไฟกระจาย
  • อาการต้อกระจกในผู้สูงอายุมักค่อย ๆ รุนแรงขึ้น หากปล่อยไว้อาจกระทบการใช้ชีวิต เช่น อ่านหนังสือลำบาก ขับรถยาก เสี่ยงหกล้ม และอาจสูญเสียการมองเห็นได้
  • ปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคต้อกระจกในผู้สูงอายุ ได้แก่ อายุ เบาหวาน แสงยูวี การสูบบุหรี่ อุบัติเหตุทางตา และการใช้ยาสเตียรอยด์ต่อเนื่อง
  • วิธีรักษาต้อกระจกในผู้สูงอายุคือการนำเลนส์ตาที่ขุ่นออกและใส่เลนส์แก้วตาเทียม โดยอาจใช้เทคนิคสลายต้อกระจกหรือการผ่าตัดตามความเหมาะสม
  • การตรวจสุขภาพตาเป็นประจำช่วยพบความผิดปกติได้เร็ว โดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือผู้ที่เริ่มมีอาการมองเห็นไม่ชัด ควรพบจักษุแพทย์เพื่อประเมินอย่างเหมาะสม
สารบัญบทความ

ทำความรู้จัก “ต้อกระจก” คืออะไร

ต้อกระจกตา

ต้อกระจก (Cataract) คือภาวะที่เลนส์ตาซึ่งปกติควรมีลักษณะใสเกิดความขุ่นมัวขึ้น ทำให้แสงผ่านเข้าสู่จอประสาทตาได้ไม่เต็มที่ ส่งผลให้การมองเห็นไม่คมชัด เหมือนมีหมอกหรือฝ้าบาง ๆ บดบังสายตา ผู้ป่วยอาจมองเห็นภาพพร่ามัว เห็นแสงกระจาย หรือมองเห็นสีต่าง ๆ ซีดลง 

โดยต้อกระจกมักเกิดจากความเสื่อมของเลนส์ตาตามอายุ จึงทำให้ต้อกระจกในผู้สูงอายุเป็นภาวะที่พบได้บ่อย และเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของปัญหาการมองเห็นที่สามารถป้องกันและรักษาได้หากได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม

ต้อกระจก แบ่งออกเป็นกี่ประเภท

ต้อกระจกสามารถแบ่งออกได้หลายประเภทตามสาเหตุและปัจจัยที่ทำให้เลนส์ตาเกิดความขุ่นมัว โดยแต่ละประเภทมีลักษณะการเกิดและกลุ่มผู้ป่วยที่แตกต่างกัน ดังนี้

  • ต้อกระจกตามวัย: เป็นต้อกระจกประเภทที่พบได้บ่อยที่สุด เกิดจากความเสื่อมของเลนส์ตาตามอายุที่เพิ่มขึ้น ทำให้เลนส์ตาค่อย ๆ ขุ่นมัว ส่งผลให้มองเห็นภาพไม่ชัด เห็นสีซีดลง หรือมองเห็นแสงไฟกระจายในเวลากลางคืน มักพบในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป
  • ต้อกระจกแต่กำเนิด: เกิดขึ้นตั้งแต่แรกเกิดหรือพบในช่วงวัยเด็ก อาจมีสาเหตุมาจากพันธุกรรม การติดเชื้อของมารดาระหว่างตั้งครรภ์ หรือความผิดปกติของพัฒนาการดวงตา หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม อาจส่งผลต่อพัฒนาการด้านการมองเห็นของเด็กได้

อาการต้อกระจกในผู้สูงอายุเป็นอย่างไร

ตาต้อกระจกในผู้สูงอายุ อาการ

อาการของต้อกระจกในผู้สูงอายุจะค่อย ๆ รุนแรงขึ้นตามระดับความขุ่นของเลนส์ตา ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 4 ระยะ ดังนี้

อาการต้อกระจกระยะที่ 1 

ต้อกระจกอาการเริ่มต้น เลนส์ตาจะเริ่มมีความขุ่นเพียงเล็กน้อย ผู้ป่วยส่วนใหญ่อาจยังไม่รู้สึกถึงความผิดปกติที่ชัดเจน แต่อาจเริ่มมีอาการมองเห็นภาพไม่คมชัดเหมือนเดิม ต้องเพ่งมากขึ้นขณะอ่านหนังสือ หรือเห็นภาพเบลอจนอาจคิดไปว่ามีปัญหาทางค่าสายตา โดยอาการของต้อกระจกในระยะแรกมักไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันมากนัก

อาการต้อกระจกระยะที่ 2

อาการต้อกระจกระยะที่ 2 เลนส์ตามีความขุ่นมากขึ้น การมองเห็นจะเริ่มพร่ามัวอย่างเห็นได้ชัด ผู้ป่วยอาจรู้สึกเหมือนมีหมอกบาง ๆ บดบังสายตา มองเห็นสีต่าง ๆ ไม่สดใสเหมือนเดิม รวมถึงมีความไวต่อแสงมาก

ขึ้น โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญกับแสงแดดหรือแสงไฟในเวลากลางคืน ทำให้การขับรถหรือทำกิจกรรมที่ต้องใช้สายตาเริ่มเป็นเรื่องยากขึ้น

อาการต้อกระจกระยะที่ 3

อาการต้อกระจกระยะที่ 3 เลนส์ตาจะขุ่นมากจนส่งผลต่อการมองเห็นอย่างชัดเจน ผู้ป่วยมักมีอาการตามัวตลอดเวลา มองเห็นภาพซ้อนหรือเห็นแสงกระจายรอบดวงไฟ อ่านหนังสือหรือมองเห็นวัตถุในระยะไกลได้ยากขึ้น แม้จะสวมแว่นสายตาก็ไม่สามารถช่วยให้การมองเห็นกลับมาชัดเจนได้เหมือนเดิม 

อาการต้อกระจกระยะที่ 4

อาการต้อกระจกระยะที่ 4 เป็นระยะที่ต้อกระจกสุกหรือเลนส์ตามีความขุ่นมากเกือบทั้งหมด ทำให้การมองเห็นลดลงอย่างรุนแรง ผู้ป่วยอาจมองเห็นได้เพียงแสงหรือเงาของวัตถุ ไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษา อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยในการดำเนินชีวิตประจำวันอย่างมาก

ต้อกระจกในผู้สูงอายุ เกิดจากอะไรได้บ้าง

แม้ว่าต้อกระจกในผู้สูงอายุจะมีสาเหตุหลักมาจากความเสื่อมของเลนส์ตาตามวัย แต่ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่เพิ่มความเสี่ยงหรือเร่งให้เกิดต้อกระจกได้เร็วกว่าปกติ ดังนี้

  • ดวงตาได้รับแสงยูวีมากเกินไป
  • การสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ 
  • การใช้ยาบางชนิด เช่น คอร์ติโคสเตียรอยด์ ติดต่อเป็นเวลานาน
  • ภาวะแทรกซ้อนจากโรคบางชนิด เช่น เบาหวานขึ้นตา ความดันโลหิตสูง โรคระบบภูมิคุ้มกัน

ต้อกระจกในผู้สูงอายุ ปล่อยไว้อาจทำให้สูญเสียการมองเห็น

ต้อกระจกในผู้สูงอายุเป็นโรคที่มีการดำเนินของโรคอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำให้ผู้ป่วยหลายคนคิดว่าเป็นเพียงความเสื่อมตามวัยและไม่ได้เข้ารับการรักษาต้อกระจก อย่างไรก็ตาม หากปล่อยให้เลนส์ตาขุ่นมัวมากขึ้นเรื่อย ๆ อาจส่งผลกระทบต่อการมองเห็นและคุณภาพชีวิตในระยะยาว รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนทางดวงตาได้ ดังนี้

  • เสี่ยงต่อการสูญเสียการมองเห็น เลนส์ตาที่ขุ่นมัวมาก ๆ ทำให้แสงไม่สามารถผ่านเข้าสู่จอประสาทตาได้ ส่งผลให้การมองเห็นลดลงหรือสูญเสียการมองเห็นไปในที่สุด
  • ทำกิจวัตรประจำวันได้ลำบากขึ้น
  • เพิ่มความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุจากการมองไม่เห็น
  • เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนทางดวงตา เช่น ต้อหิน หรือจอประสาทตาเสื่อม
  • การรักษาที่ยากและซับซ้อนขึ้น
  • ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและสุขภาพจิต

จอประสาทตาเสื่อม ภัยเงียบพี่พบบ่อยในผู้สูงอายุ ทำความรู้จักโรคอันตรายที่อาจพรากการมองเห็นไปจากคุณได้ที่บทความ จอประสาทตาเสื่อมในผู้สูงอายุ

รักษาต้อกระจกในผู้สูงอายุได้อย่างไร

ต้อกระจกรักษาอย่างไร

แนวทางการรักษาต้อกระจกในผู้สูงอายุที่มีประสิทธิภาพจะมุ่งเน้นไปที่การนำเลนส์ตาที่ขุ่นมัวออกและทดแทนด้วยเลนส์แก้วตาเทียม เพื่อช่วยฟื้นฟูการมองเห็นให้กลับมาชัดเจนมากขึ้น

การใช้เครื่องสลายต้อกระจก

การสลายต้อกระจกด้วยคลื่นอัลตราซาวนด์ (Phacoemulsification) เป็นเทคนิคการรักษาที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน โดยจักษุแพทย์จะเปิดแผลขนาดเล็กบริเวณกระจกตา จากนั้นใช้เครื่องมือปล่อยคลื่นอัลตราซาวนด์เพื่อสลายเลนส์ตาที่ขุ่นให้แตกเป็นชิ้นเล็ก ๆ และดูดออก

จากนั้นใส่เลนส์ตาเทียมเข้าไปทดแทน วิธีรักษาต้อกระจกด้วยเครื่องสลายต้อกระจกมีข้อดีคือแผลผ่าตัดมีขนาดเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวได้เร็ว และช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนหลังการรักษา

การผ่าตัดต้อกระจก

การผ่าตัดต้อกระจก เป็นวิธีรักษามาตรฐานสำหรับผู้ป่วยที่มีเลนส์ตาขุ่นมัวจนส่งผลต่อการมองเห็นและการใช้ชีวิตประจำวัน โดยสามารถแบ่งรูปแบบการผ่าตัดต้อกระจกออกเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่

  • ICCE (Intracapsular Cataract Extraction) คือการผ่าตัดนำเลนส์ตาและถุงหุ้มเลนส์ตาออกทั้งหมดในครั้งเดียว มักใช้รักษาต้อกระจกที่มีขนาดใหญ่หรืออาการรุนแรง เนื่องจากแผลผ่าตัดใหญ่ พักฟื้นนาน และมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนสูงกว่าการใช้เครื่องสลายต้อกระจก
  • ECCE (Extracapsular Cataract Extraction) คือ การผ่าตัดนำเลนส์ตาที่ขุ่นมัวออก โดยคงถุงหุ้มเลนส์ตาไว้เพื่อใส่เลนส์แก้วตาเทียม วิธี ECCE เหมาะกับผู้ป่วยต้อกระจกที่มีขนาดใหญ่เกินกว่าจะใช้เครื่องสลายต้อกระจกในการรักษา 

การผ่าตัดต้อกระจกในผู้สูงอายุราคาเท่าไหร่ มีค่าใช้จ่ายอย่างไรบ้าง อ่านต่อได้ที่ : ผ่าตัดต้อกระจก ราคา

เตรียมตัวก่อนผ่าตัดต้อกระจก

ผู้ป่วยควรปฏิบัติตามคำแนะนำของจักษุแพทย์ เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างราบรื่น ลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน และช่วยให้การฟื้นตัวหลังผ่าตัดมีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนี้

  • เข้ารับการตรวจตาอย่างละเอียด เพื่อเลือกวิธีรักษาต้อกระจกในผู้สูงอายุที่เหมาะสมที่สุด
  • แจ้งโรคประจำตัวและยาที่ใช้อยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด
  • ทำความสะอาดร่างกายให้พร้อมก่อนเข้ารับการผ่าตัดต้อกระจก
  • ในวันผ่าตัดควรหลีกเลี่ยงเครื่องสำอาง ครีม หรือโลชั่นบริเวณรอบดวงตา เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
  • ควรมีญาติหรือผู้ดูแลมาด้วย เนื่องจากหลังผ่าตัดการมองเห็นอาจยังไม่กลับมาเป็นปกติทันที

ดูแลตัวเองหลังผ่าตัดต้อกระจก

ผู้ป่วยสามารถดูแลตนเองหลังผ่าตัดต้อกระจกตามคำแนะนำของจักษุแพทย์ ดังนี้

  • หยอดยารักษาต้อกระจกตามที่จักษุแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
  • สวมที่ครอบตาหรือแว่นป้องกันดวงตา 
  • หลีกเลี่ยงการขยี้ตาหรือกดบริเวณดวงตา
  • หลีกเลี่ยงไม่ให้น้ำเข้าตาในช่วง 1-2 สัปดาห์หลังผ่าตัดต้อกระจก
  • งดกิจกรรมที่ต้องออกแรงมาก หรือก้มศีรษะนาน ๆ
  • สวมแว่นกันแดดเมื่อออกนอกบ้าน และหลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีลม ฝุ่นละออง
  • พบแพทย์เพื่อติดตามอาการตามนัดทุกครั้ง

ป้องกันต้อกระจกในผู้สูงอายุได้อย่างไร

แม้ว่าต้อกระจกจะเป็นภาวะที่พบได้บ่อยจากความเสื่อมตามวัย แต่สามารถลดความเสี่ยงและชะลอการเกิดโรคได้ด้วยการดูแลสุขภาพดวงตาอย่างเหมาะสม ดังนี้

  • สวมแว่นกันแดดทุกครั้งเมื่อต้องอยู่กลางแจ้ง
  • งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์
  • ควบคุมโรคประจำตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
  • ตรวจสุขภาพดวงตาเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะการคัดกรองตาต้อกระจกในผู้สูงอายุ
  • หลีกเลี่ยงการใช้สายตาหนัก โดยเฉพาะในที่แสงน้อย
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์กับดวงตา

ต้อกระจกในผู้สูงอายุ รู้ก่อน รักษาทัน เพื่อการมองเห็นที่มีคุณภาพ

ต้อกระจกในผู้สูงอายุเป็นโรคตาที่พบได้บ่อยจากความเสื่อมของเลนส์ตาตามวัย ส่งผลให้การมองเห็นค่อย ๆ ลดลงโดยที่หลายคนอาจไม่ทันสังเกต อาการเริ่มต้นมักเป็นการมองเห็นพร่ามัว เห็นแสงกระจาย หรือมองเห็นสีซีดลง หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม อาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันและเพิ่มความเสี่ยงต่อการสูญเสียการมองเห็นในระยะยาว ดังนั้น การตรวจสุขภาพตาเป็นประจำและเข้ารับการรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจึงเป็นสิ่งสำคัญ

หากคุณหรือคนในครอบครัวกำลังมีอาการเข้าข่ายโรคต้อกระจก โรงพยาบาลไทยจักษุ พระราม 3 (Thai Eye Hospital) พร้อมให้บริการตรวจวินิจฉัยและรักษาต้อกระจกโดยทีมจักษุแพทย์ ด้วยเทคโนโลยีสลายต้อกระจกและการผ่าตัดที่ได้มาตรฐาน เพื่อช่วยฟื้นฟูการมองเห็นและยกระดับคุณภาพชีวิตให้กลับมาชัดเจนอีกครั้ง

ช่องทางการติดต่อ

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

ผ่าตัดต้อกระจกเจ็บไหม และใช้เวลานานเท่าไหร่?

ผู้ป่วยมักไม่รู้สึกเจ็บขณะผ่าตัดต้อกระจก เนื่องจากมีการใช้ยาชาเฉพาะที่ก่อนผ่าตัด โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 15-30 นาทีในการรักษา

หลังผ่าตัดต้อกระจกแล้ว จะมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำอีกไหม?

ต้อกระจกไม่สามารถกลับมาเป็นซ้ำได้ เนื่องจากเลนส์ตาที่ขุ่นมัวถูกนำออกและแทนที่ด้วยเลนส์แก้วตาเทียมแล้ว อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยบางรายอาจเกิดภาวะถุงหุ้มเลนส์ตาขุ่นตามหลัง ซึ่งสามารถรักษาได้ด้วยเลเซอร์โดยไม่ต้องผ่าตัดซ้ำ

References

สอบถามบริการ

08:00 – 18:00

หรือโทร 02-689-8888 (+66)2-689-8888

แพ็กเกจแนะนำ

แชร์บทความนี้

สอบถามบริการ

08:00 – 18:00

หรือโทร 02-689-8888

แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

แพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง

ผ่าตัดต้อหินอันตรายไหม? ทำความเข้าใจวิธีผ่าตัด การเตรียมตัว การดูแลหลังผ่าตัด พร้อมรู้ผลข้างเคียงและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น เพื่อเตรียมตัวก่อนเข้ารับการรักษา
ผ่าตัดต้อเนื้อ หรือลอกต้อเนื้อ คือการรักษาต้อเนื้อด้วยการนำเนื้อเยื่อที่เสื่อมสภาพและลุกลามเข้าสู่ตาดำออก ช่วยลดอาการตาแดง ระคายเคือง ให้การมองเห็นกลับมาชัดเจนขึ้น
ต้อลมเกิดจากดวงตาระคายเคืองจากสิ่งกระตุ้น เช่น แสงแดด ลม ฝุ่นละออง ทำให้ตาแดง แสบตา เหมือนมีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในตา หากปล่อยไว้นานอาจพัฒนาเป็นต้อเนื้อได้
โรคต้อหินคือความเสื่อมของเส้นประสาทตา มักเกิดจากความดันตาที่สูงจนกดทับและทำลายขั้วประสาทตา มักเกิดขึ้นอย่างช้า ๆ และแทบจะไม่มีอาการแสดง
ต้อกระจก ตาบอดไหม? ภาวะเลนส์ตาขุ่นมัวที่ทำให้มองเห็นไม่ชัด เห็นแสงกระจาย ภาพซ้อน สีเพี้ยน และอาจกระทบการมองเห็นหากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม
ต้อกระจกในผู้สูงอายุ เกิดจากเลนส์ตาขุ่นมัว ส่งผลให้มองเห็นไม่ชัด เห็นภาพซ้อน หรือไวต่อแสง การสังเกตอาการตั้งแต่ระยะแรกช่วยลดผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตได้
ส่งข้อมูลสำเร็จ